Make your own free website on Tripod.com

สุคนธ์บำบัด Aromatherapy คืออะไร?

 

 

  • สุคนธ์บำบัด หรือ Aromatherapy เป็นทั้งศาสตร์และศิลปะในการใช้น้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติ essential oil or volatile ในการบำบัดรักษา หรือบรรเทาอาการของโรค ทำให้สุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ ตลอดจนช่วยเสริมความงาม โดยอาศัยคุณสมบัติที่มีกลิ่นหอมและระเหยได้ของน้ำมันหอมระเหย โมเลกุลเล็กๆของน้ำมันหอมระเหยสามารถถูกสูดดม inhale เข้าทางช่องจมูก และแปรเป็นสัญญาณไฟฟ้าเคมี ส่งผ่านไปยังสมองส่วนกลางมีผลทำให้การทำงานของระบบอวัยวะต่างๆของร่างกายและสมองรวมถึงจิตใจและอารมณ์ได้สมดุล จึงสามารถบำบัดอาการต่างๆได้เช่น ลดความเครียด ช่วยให้หลับสบาย หรือกระตุ้นให้สดชื่นมีพลัง ตลอดจนมีผลต่อการหลั่งของฮอร์โมนบางชนิดได้ นอกจากผลทางร่างกายยังช่วยลดความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบ ฆ่าเชื้อโรค ลดอาการระคายเคืองของผิวหนัง ตลอดจนช่วยเสริมความงามทำให้ผิวชุ่มชื้น เต็งตึง เป็นต้น
  • การสูดดมน้ำมันหอมระเหยมีผลต่ออารมณ์และจิตใจ ร่วมทั้งผลทางกายภาพต่อร่างกาย เช่น ลดความดันโลหิต ปรับฮอร์โมน ลดไข้ เป็นต้น

 

สุคนธ์บำบัด Aromatherapy

มีความเป็นมาที่ยาวนาน....

 

  • สุคนธ์บำบัดมีประวัติการใช้มานานประมาณ 6,000 ปีแล้วในประเทศอียิปต์ โดยการใช้เครื่องหอมในการคลายเครียดและล้างพิษ และมีการใช้พืชหอมต่างๆเพื่อเป็นน้ำหอม (perfume oil) น้ำปรุงกุหลาบ (rose water) ซึ่งสกัดจากพืชหอมโดยวิธี maceration เพื่อใช้กับใบหน้าและร่างกาย มีกายบันทึกวิธีสกัดน้ำหอมจากพืชบนแผ่นศิลา ประมาณ 2500 ปีก่อนคริสตกาล ในแทบมองโกเลีย จีน ปากีสถาน กรีกและบาบีโลเนีย มีหลักฐานบันทึกการกลั่นน้ำมันหอมระเหยจากพืช ต่อมาชาวกรีกและชาวโรมันโบราณก็ได้รู้จักนำน้ำมันหอมระเหยมาใช้เสริมความงามและการอาบน้ำในศาสนพิธีและนำมาเจือจางลงในอ่างอาบน้ำหรือชโลมน้ำมันแล้วนวดร่างกายหลังอาบน้ำ ในศตวรรษที่ 7 ในยุโรป มีการใช้พืชหอม เช่น marjoram, sage, rose โดยการแช่ในน้ำมันมะกอก น้ำมันอัลมอนด์ น้ำมันละหุ่ง หรือน้ำมันเมล็ดฝ้าย บรรจุลงในกระปุก หรือใช้นวดตามร่างกาย หรือเสริมความงามซึ่งมีใช้มาถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ชาวอินเดียและจีนโบราณก็รู้จักใช้พืชกลิ่นหอมนวดร่างกาย จนถึงปลายศตวรรษที่ 10 มีการค้นพบวิธีกลั่นพืชด้วยไอน้ำโดยแพทย์ชาวอาหรับ จึงสามารถกลั่นน้ำมันหอมระเหยจากดอกไม้และรู้จักเตรียมน้ำหอมปรุง (aromatic water) จากดอกไม้ ในยุคกลางมีการเผาน้ำมันหอมระเหยและธูปหอมในบ้านเพื่อฆ่าเชื้อโรค จนถึงศตวรรษที่ 17 มีการใช้สมุนไพรทางการแพทย์อย่างแพร่หลาย รวมถึงการใช้น้ำมันหอมระเหยในบ้าน
  • แนวคิดในการนำสุคนธ์บำบัดมาใช้ในปัจจุบัน (modern aromatherapy) เริ่มจากนักเคมีและนักน้ำหอมชาวฝรั่งเศส ชื่อ Rene' Maurice Gattefosse' ในปี 1910 เขาค้นพบโดยบังเอิญเมื่อเขาถูกไฟลวกมือพุพอง และรักษาหายด้วยน้ำมันดอกลาเวนเดอร์ lavender oil เขาจึงลงมือค้นคว้าวิจัยเรื่องน้ำมันหอมระเหยอย่างจริงจังถึงองค์ประกอบทางเคมีและคุณสมบัติการรักษาของน้ำมันหอมระเหยต่างๆ
  • ในปี 1936 มีการใช้น้ำมันหอมระเหยในการฆ่าเชื้อโรคและสมานแผลอย่างแพร่หลายในฝรั่งเศสจน Gattefosse' ได้รับฉายาว่า "บิดาแห่งสุคนธ์บำบัด (The Father of Aromatherapy) ประเทศฝรั่งเศสและหลายประเทศในยุโรป มีการปลูกพืชหอมและกลั่นน้ำมันหอมระเหย เพื่อใช้ในสุคนธ์บำบัดอย่างแพร่หลาย ในการรักษาอาการนอนไม่หลับ ปรับระบบการไหลเวียนของโลหิต รักษาโรคอ้วน สิว ไซนัสอักเสบ คลอดจนอาการเก็บกดและเครียดทั้งหลาย บริษัทผลิตเครื่องสำอางและเครื่องประทินผิวได้นำสุคนธ์บำบัดหรือน้ำมันหอมระเหยในการเสริมความงาม รักษาผิวหนังและเส้นผม แต่ทางประเทศแถบยุโรปใช้สุคนธ์บำบัดในการบรรเทาอาการของโรคร่วมกับยารักษาโรคและเป็นที่ยอมรับมากกว่า ซึ่งปัจจุบันมีการใช้สุคนธ์บำบัดอย่างแพร่หลายมากขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก เช่น ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สิงค์โปร์ หลายประเทศในเอเชียรวมทั้งประเทศไทยด้วย
  • คุณรู้จักSpaมากแค่ไหม?

  • และถ้ารู้จัก..และรู้ไหมว่า"สปา"เป็นอย่างไร?

  • และรู้ไหมว่าคุณเองก็สามารถสร้าง"สปา"ไว้ที่บ้านของคุณได้

  • และคุณรู้ไหมว่า"สปา"ช่วยบำบัด รักษาอาการของโรคต่างๆได้ทั้งที่เกิดทางร่างกายและจิตใจ

ที่นี่มีคำตอบ.....>>